เบลลาโล View my profile

[MS&OG] บทที่1

posted on 01 Aug 2013 20:19 by bellalo in MyNovel

-1-

อสูรร้ายร่างกายใหญ่โต ผิวหนังตะปุ่มตะป่ำ รูปร่างหน้าตาน่าเกลียด อัปลักษณ์เข้าไส้ ตาใหญ่ข้างเล็กข้าง แขนขาเก้งก้างไม่สมส่วน บวกกับการแต่งกายพิลึกพิลั่นสนั่นโลก ช่างเป็นปีศาจในอุดมคติของเด็กประถมอย่างแท้จริง ไม่รู้เลยว่าเจ้าพวกคนออกแบบทำไมถึงได้ทำกับสัตว์น่าสงสารแบบนั้นได้ลงคอ

สริตา หญิงสาวร่างสูงใหญ่กว่าคนปกติเล็กน้อยยืนกอดอกมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเฉยชา ขณะที่สัตว์ประหลาดเหวี่ยงแขนขาทำลายล้างตึกสูงเสียดฟ้าและยานพาหนะมากมายอย่างบ้าคลั่ง ในสายตาเธอ มันก็เหมือนกับลูกหมาตัวเล็กๆกำลังเล่นสนุกสนานกับลูกบอลที่กลิ้งหายไปมาในพงหญ้า มันก็เลยวิ่งเข้าไปค้นหาของที่ต้องการเท่านั้นเอง

แต่ในสายตามนุษย์ นั่นมันนรกชัดๆ ต่อให้เมืองนี้ไม่ได้มีคนมากมายขนาดจะมีคนตายเพราะเรื่องนี้ก็ตาม มันเป็นหายนะและคล้ายกับวันสิ้นโลกจริงๆ แต่...อา..สำหรับเธอแล้ว วันนี้ช่างเป็นวันที่สดใส ท้องฟ้าก็ปลอดโปร่ง แสงสว่างกำลังดี เหมาะกับการพาอสูรมาเดินเล่นเสียจริงๆ ถึงแม้อสูรที่เธอได้รับมอบหมายมันจะตัวใหญ่ไปหน่อยก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอยู่ดี

จนกระทั่งมีพวกงี่เง่าโผล่หัวมารังแกสัตว์เลี้ยงของเธอ

เอาเถอะ เธอไม่คิดจะยุ่มย่าม เพราะยังไงซะ เจ้าตัวใหญ่ตรงนั้นก็ไม่ใช่ร่างจริง ดีซะอีกเธอจะได้เอาแกนกลางที่เป็นชีวิตของมันไปสร้างร่างใหม่ให้น่ารักกว่านี้

ผู้คนจำนวนมากมายมหาศาลพากันวิ่งออกมาและโห่ร้องอย่างฮึกเหิมเมื่อได้เห็นกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นฮีโร่ สำหรับสริตา มันก็แค่พวกเด็กวัยรุ่นแต่งตัวประหลาดเท่านั้น แถมยังน่าขันตรงที่เป็นผู้ชายแท้ๆ ดันแต่งตัวสีสันสดใสและดีไซน์เสื้อผ้าแบบผู้หญิง ลักษณะการต่อสู้พวกนั้นก็ไม่ต่างจากสาวน้อยเวทย์มนต์เลย

รู้สึกจะเรียกกันว่า... หนุ่มน้อยเวทย์มนต์ล่ะมั้ง?

อีกชื่อที่เธอได้ยินพวกปีศาจเรียกกันอย่างล้อเลียน คือกลุ่มสาวดุ้นพิทักษ์โลก ถ้าจำไม่ผิด...เอาเถอะ เธอก็สนเพียงแค่ว่าเมื่อไหร่จะมีสักฝ่ายแพ้ๆไปซักที เธอเบื่อหน่ายการยืนรออยู่ตรงนี้เต็มที ทั้งฝุ่นจากอาคารถล่มและผู้คนที่วิ่งกระแทกเธอมันช่างน่ารำคาญ และน่าเบื่อมาก จนเธอจามเพราะฝุ่นบ้าพวกนั้นช่างมากมายซะเหลือเกิน

ผมสีแดงเลือดของเธอถูกฝุ่นจับเกาะเต็มหัวจนต้องปัดออก พวกมันฟุ้งออกมาและลอยไปตามลม หางคิ้วและข้างแก้มของเธอมีปานคล้ายรอยสักสีเขียวเป็นลวดลายประหลาด อันเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ยักษ์ของเธอ มันออกจะต่างจากยักษ์ญี่ปุ่นและยักษ์ยุโรปอยู่มาก แต่นอกจากนั้นก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่

ดวงตาสีแดงสดใสจ้องไปที่กลุ่มเด็กหนุ่มสามสี่คนที่ลอยอยู่กลางอากาศ ร่ายเวทย์มนต์สดใสสวยงามหวังทำลายและเจาะเข้าไปในผิวของปีศาจน้อยของเธอ ดีที่เธอเอาส่วนรับรู้ความเจ็บปวดของมันออกไปก่อน ไม่อย่างนั้นเจ้าอสูรน้อยคงน่าสงสารแย่ มันเกิดมาได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง แค่ต้องมาเจอเรื่องน่าเบื่อแบบนี้ก็เสียสุขภาพจิตพอแล้ว ถ้าต้องเจ็บปวดด้วยคงแย่

แต่การไม่แสดงความเจ็บปวดของมัน ทำให้ทั้งกลุ่มดูท้อไปไม่น้อย พวกกองทัพของมนุษย์ก็ล้อมอสูรกายร่างใหญ่โตไว้และระดมยิงมันจากทุกทิศทาง ก็ดีอย่างหนึ่งที่ผิวขรุขระของมันทำให้กระสุนพวกนั้นเจาะไม่เข้า สริตาไม่สนใจว่าใครจะชนะ ถึงแม้อสูรของเธอชนะอาจจะดีกว่า แต่ตามหลักหนังการ์ตูนแล้วสักพักจะต้องมีพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาให้ความหวังและยำอสูรของเธอแน่นอน ถึงตอนนั้นก็แค่เดินไปหยิบแก่นกลางมาสร้างร่างใหม่ ว่าแต่เมื่อไหร่มันจะจบเสียที...

สริตาไม่ได้สังเกตเลยว่าตอนนี้ข้างๆเธอมีใครบางคนกำลังยืนมองเธออยู่ หญิงสาวร่างสูงเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อถูกจ้องไปได้สักพัก จึงหันไปเจอะดวงตาสีดำเหลือบน้ำเงินที่จ้องเธอเขม็ง สีหน้าลังเลใจแสดงชัดบนใบหน้าหวานขาวผ่อง

“อะไร?”เธอขมวดคิ้วใส่ อีกฝ่ายใส่ชุดนักเรียนชาย สูทสีน้ำเงินเห็นไม่ชัดนักว่าของโรงเรียนไหน

“ผ...ผมมีเรื่องต้องขออนุญาตคุณน่ะครับ”สีหน้าของเขาดูไม่ดีนัก เหมือนกำลังจะสารภาพกับแม่ว่าเพิ่งทำแจกันใบโปรดแตกมาก็ไม่ปาน

“ขออนุญาต?”คราวนี้หญิงสาวเลิกคิ้วสูง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหนุ่มคนนี้ถึงต้องมาขออนุญาตในสถานการณ์แบบนี้

แล้วที่สำคัญ ถึงจะไม่แตกต่างมาก ทำไมเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ถึงกล้าเดินมาหาเธอที่ไม่เหมือนมนุษย์ปกติ ทั้งร่างกายของเธอก็สูงกว่าคนทั่วไป สีตาก็ดูไม่ใช่คน ซ้ำยังรอยสักข้างแก้ม คนปกติที่ไหนจะทำแบบนี้กัน ถ้าไม่ใช่ว่าเจ้าคนนี้ไม่สนใจรูปลักษณ์ภายนอก ก็คงเป็นเพราะหมอนี่โง่เกินกว่าจะแยกแยะคนกับปีศาจออก

“ขอโทษด้วยครับ!”เขายกมือไหว้เธอ ก่อนจะโอบรอบลำคอของเธอแล้วดึงให้เธอก้มลงมา

สริตาไม่ทันตั้งตัว สมองเธอคิดอะไรไม่ทัน ชั่วขณะนั้นทุกอย่างเป็นเพียงภาพหยุดนิ่ง ในหัวขาวโพลน รับรู้เพียงภาพของใบหน้าอีกฝ่ายที่เข้ามาใกล้จนไม่เห็นอะไรอย่างอื่นนอกจากแพขนตาสีฟ้า

เดี๋ยว...สีฟ้า?

แสงสว่างวาบทำให้เธอต้องเร่งปิดตาลง ริมฝีปากยังคงสัมผัสอะไรสักอย่างนุ่มๆ และเมื่อรู้สึกตัวเธอก็เร่งเอามือผลักอีกฝ่ายออกไปทันที ดวงตาสีแดงสดจึงเห็นภาพตรงหน้าชัดเจน

สบกับดวงตาสีฟ้าสว่างทำให้สติเธอหยุดทำงานชั่วคราวพอๆกับชุดที่เขาใส่

เด็กหนุ่มผิวขาวจัดในชุดสีฟ้า เสื้อแขนตุ๊กตาพองๆสีฟ้าอ่อนประดับด้วยริบบิ้น ที่คอผูกโบว์ขนาดใหญ่กลัดด้วยอัญมณีสีน้ำเงินทรงกลม กางเกงฟักทองสีฟ้าเข้มคลุมด้วยอะไรสักอย่างคล้ายกระโปรงฉีกด้านหน้าสีฟ้า และรองเท้าบู๊ทส้นสูงสีฟ้าเข้ม ผมทรงบ๊อบเทสีฟ้าสดใสและใบหน้าหวาน ตอนนี้เขาดูเหมือนสาวน้อยเวทย์มนต์ไม่มีผิด

“ขอบคุณครับ!”เขาพูดกับเธอ ก่อนจะกางปีกสีขาวสะอาดออกพร้อมเอฟเฟคต์ขนนกเรืองแสงปลิวแล้วพุ่งไปทางอสูรของเธอทันที

ตอนนี้สริตาได้แต่นิ่งเงียบ ถ้าเป็นเกมคงจะคล้ายๆกับติดสตั้นไม่ก็อยู่ในสถานะติดเคิร์ส หัวสมองว่างเปล่าๆค่อยๆดึงสติอันน้อยนิดกลับมาช้าๆ ขณะที่มองเห็นเจ้าหนุ่มผมฟ้ายิงพลังที่ส่องสว่างจ้าไปที่อสูรของเธอ

“ชิ...บ้าอะไรกัน อสูรฉันแพ้ซะแล้ว”สริตาส่งเสียงจิ๊จ๊ะ แม้มันจะเป็นไปตามที่เธอคาดการณ์ก็ตาม

แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าการกระทำเมื่อกี้ที่เกิดขึ้นคืออะไร ใบหน้าคมถึงกับซีดเผือดลง มือเริ่มมีเหงื่อออก นึกถึงสัมผัสที่เกิดขึ้นชั่วพริบตาที่ยังรู้สึกติดอยู่ที่ริมฝีปาก สริตาตาค้าง นึกออกแล้วว่ามันคือสิ่งที่มนุษย์เรียกกันว่า

จูบ

“บ้าเอ๊ย!!”เธอสบถออกมาชุดใหญ่ หูปลายแหลมแดงซ่าน แม้ว่าใบหน้าเธอจะไม่ได้แดงก็ตาม หญิงสาวไม่อาจบอกได้เลยว่าตอนนี้เธอโกรธหรืออายหรือรู้สึกอย่างไร มันเกินจะบรรยายทีเดียว แต่ที่แน่ๆคือเธออยากจะอัดเจ้างั่งนั่น!

เขี้ยวขาวงอกออกมาจนโผล่พ้นริมฝีปาก มันโง้งขึ้นเหมือนงาช้าง เธอกัดฟันกรอดขณะที่ดวงตาขยายใหญ่จนไม่เหลือพื้นที่ตาขาว ดวงตากลายเป็นสีแดงเข้มไปทั้งหมด รอยสักเข้มขึ้นอย่างชัดเจน เธอมองดูจังหวะที่พลังของกลุ่มคนสลายตัวลง ร่างของอสูรของเธอก็หายไปเช่นกัน มันสลายเป็นฝุ่นผงสีทองคำ และปรากฏแท่งคริสตัลสีฟ้าเรืองแสงจางๆเป็นจังหวะราวกับหัวใจเต้นลอยอยู่กลางอากาศ

จังหวะนั้นเองที่ทุกคนเผลอ สริตาพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงและคว้าแท่งคริสตัลเอาไว้ ท่ามกลางความตกตะลึงของคนรอบข้าง หญิงสาวกระโดดด้วยพลังมหาศาลขึ้นไปอยู่บนยอดตึกใกล้ๆอย่างรวดเร็วแล้วหันมามองคนแถวนั้นด้วยสายตาเย็นชา

ดวงตากวาดไปทั่วจนพบเจ้าคนไร้มารยาทชุดสีฟ้าที่กำลังตื่นตะลึงกลางอากาศ ริมฝีปากส่งเสียงชิอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะชี้หน้าแล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงก้องกังวาน

“แกน่ะ จำไว้เถอะว่านี่ก็แค่เรื่องเล่นๆของพวกฉัน คราวหน้า พวกแกโดนดีแน่ พวกแกทุกคน!”สริตาจงใจถลึงตาใส่เจ้าบ้าผมฟ้าเป็นพิเศษ ก่อนจะใช้มือกรีดอากาศ กลายเป็นรูโหว่ของมิติขึ้นมาแล้วกระโดดเข้าไปในนั้น

“เอ๋?...”เสียงจากเด็กหนุ่มพูดขึ้นเบาๆ ขณะที่ในใจของเขากลับส่งเสียงตึกตักที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...

Comment

Comment:

Tweet

Recommend