เบลลาโล View my profile

[MS&OG] บทที่2

posted on 05 Aug 2013 01:33 by bellalo in MyNovel

-2-

“เฮ้ เรนเบิร์ด นายเป็นอะไรไป”เสียงทักจากเพื่อนร่วมงานทำให้เด็กหนุ่มได้สติ

“อ๊ะ ป...เปล่าหรอก”เขารีบปฏิเสธ ก่อนมองไปบนยอดตึกที่ร่างของหญิงสาวปริศนาได้หายตัวไป “แต่...เธอคนเมื่อกี้เป็นใครเหรอครับ?”

“หือ? คงจะเป็นพวกชนชั้นสูงของปีศาจน่ะ”หนึ่งในทหารผู้ดูแลเขาตอบ “ถ้าดูจากประวัติแล้ว ปีศาจตนนี้ไม่ค่อยแสดงบทบาทการทำลายเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มักมากับอสูร ตัวเองจะอยู่เฉยๆมากกว่าทำร้ายใครหรือทำลายอะไรน่ะ แต่ดูท่าทางพวกปีศาจก็ไม่ไว้ใจเธอเหมือนกัน เราเรียกปีศาจตนนั้นว่าบลัดดี้”

“บลัดดี้?”เด็กหนุ่มผมฟ้าหันไปหานายทหารอย่างสงสัย

“แน่นอนล่ะ เพราะสีผมกับสีตาของเธอเป็นสีแดง อีกทั้งยังยูนิฟอร์มนั่นอีก มันเป็นสีแดงเลือดทั้งหมดแถมพวกปีศาจก็ยังมักจะพูดถึงเธอ พวกที่เราจับมาได้ก็พูดถึงชื่อเธอเช่นกัน แต่ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอประกาศหรือพูดกับพวกเราแบบนั้นสักครั้ง บางทีเจ้าตัวนั้นอาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเธอก็ได้ พอเห็นมันถูกฆ่าเลยโมโหน่ะ ฮะๆ”

เด็กหนุ่มเพียงเออออไปกับนายทหารและหัวเราะตาม ก่อนจะเลิกสนใจและเหม่อมองไปยังจุดเดิม ดวงตาสีฟ้าเต็มไปด้วยแววความรู้สึกประหลาด ในหัวของเขาประทับภาพของอสูรสาวสวยงามตนนั้น

ร่างกายสูงใหญ่เพรียวบางในชุดรัดรูปคล้ายดรายสูทสีดำอมแดง ทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีแดงเข้ม ผมซอยยาวระบ่าสีแดงสด ปลายเป็นสีดำ ดวงตาประหลาดคู่นั้น ดวงตาที่เป็นสีแดงเข้มราวกับสีสันของพระอาทิตย์ยามอัสดงแข็งกร้าวไร้ตาขาว ทำไมมันดูเหมือนอัญมณีแบบนั้นกันนะ อีกทั้งผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนนั่นอีก ปีศาจที่ไหนสวยงามได้เช่นนั้น รอยสักข้างแก้มสีเขียวนั่นก็ตัดกันเหลือเกิน

เสียงออกทุ้มน้อยๆนั่นฟังดูแล้วช่างทำให้ใจสั่นซะเหลือเกิน ทำไมเขาคนนี้ถึงได้ใจเต้นกับปีศาจกัน ทั้งๆที่ปีศาจคือศัตรูของเขาแท้ๆ แต่นายทหารคนนั้นก็บอกว่าเธอไม่ค่อยมีส่วนร่วมทำลายล้างมนุษย์ มันจะเป็นไปได้หรือเปล่าว่าเธอเป็นปีศาจที่อยู่ฝ่ายธรรมมะ ไม่ใช่อธรรม

เขาสะบัดหัว ก่อนตบแก้มตัวเองเบาๆ

“ไม่เอาน่า เรนเบิร์ด นายต้องไม่หวั่นไหวสิ”เขาพูดกับตัวเองเบาๆ

“เฮ้ นั่นเรนเบิร์ดนี่นา ว้าว! ฮีโร่คลาสเอสลงมาทำหน้าที่ด้วยตัวเองเลย รีบถ่ายเขาเร็วเข้า”เสียงของพวกนักข่าวดังขึ้นทำให้เขาเรียกสติกลับมาเร็วกว่าที่คิด ตอนนี้รอบๆเขาเริ่มมีนักข่าวรุมล้อมเข้ามาแล้ว

“เรนเบิร์ด รีบกลับไปเถอะ เราไม่ควรอยู่ให้สัมพาทย์นานนักนะ เรื่องนี้ปล่อยให้พวกทหารจัดการเถอะ”ฮีโร่คนอื่นๆเร่งสะกิดเขาแล้วเริ่มบินออกไปทีละคน

“เข้าใจแล้วครับ”เขารีบหันไปตอบคนอื่นๆ ก่อนจะเร่งบินจากไปอีกคน

ที่จริงแล้วพวกเขาไม่ได้บินไปไหนไกลนักหรอก ก็แค่หาตรอกซอกซอยแปลงร่างกลับแล้วเนียนเดินออกมาทำทีเป็นว่า เป็นหนึ่งในผู้เคราะห์ร้ายเดินออกมาเท่านั้น เขาก็เช่นกัน ได้เวลาเลิกเล่นบทเรนเบิร์ดผู้กล้าหาญแล้ว เด็กหนุ่มกางปีกแล้วบินออกไปเพื่อให้พ้นจากกลุ่มนักข่าวผู้มากมายจนเกินจะรับมือ

ตรอกดีๆอยู่ไม่ไกลนัก เขาเห็นตรอกเล็กๆบางแห่งส่องแสงสว่าง แปลว่ามีคนใช้เพื่อกลับร่างอยู่ พวกเขาไม่สนใจจะรู้จักกันเองในฐานะคนธรรมดานักถ้าไม่ใช่เพื่อนร่วมทีม เพื่อป้องกันความลับรั่วไหลนั่นเอง

เรนเบิร์ดร่อนลงที่ตรอกแห่งหนึ่งไกลจากพวกนักข่าวพอควร เขายืนบนพื้นอย่างมั่นคงแล้วเก็บปีกของตัวเอง พวกมันแตกกระจายเป็นขนนกแสงมากมายแล้วจางหายไปในอากาศ เขามองพวกมันจนหายไปหมดจึงแตะที่อัญมณีสีฟ้าของตนแล้วส่งพลังเวทย์พร้อมคำสั่งให้มันหายไป

“ภารกิจลุล่วงแล้ว”เรนเบิร์ดเอ่ยคีย์เวิร์ดเช่นทุกที

ทว่าผ่านไปหลายวินาทีก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนเขาต้องขมวดคิ้วแล้วพูดซ้ำอีกครั้ง แต่มันก็ยังคงเป็นเช่นเดิม สีหน้าของเด็กหนุ่มเครียดขึ้นมาทันทีก่อนจะรีบเอามือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงเพื่อติดต่อสำนักงานใหญ่

“ฮัลโหล นี่เรนเบิร์ดครับ ผมเจอปัญหา”

[“ห๊ะ เรนเบิร์ด นี่เครื่องแปลงร่างเธอเสียอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมโทรมาจากจุดเกิดเหตุกันห๊ะ”] เสียงโวยวายจากปลายสายทำให้เขาต้องเร่งเอามือถือออกห่างจากหู แล้วค่อยแนบหูใหม่อีกครั้ง

“คือผมอยู่แถวนี้พอดีน่ะครับ แล้วเห็นปีศาจมันแข็งแกร่งเกินไปเลยยืมพลังจากคนแถวนั้นมาคนหนึ่งเพื่อแปลงร่างครับ”เรนเบิร์ดอธิบายคร่าวๆ “แล้วตอนนี้ผมก็ติดอยู่ในร่างนี้...แปลงร่างกลับไม่ได้น่ะครับ..”

[“อะไรนะ?! นี่เธอไปจูบชาวบ้านเขาที่ไม่รู้ว่ามีพลังมั้ยงั้นเหรอ โอ๊ยตายจริง เอ๊ะเดี๋ยว...ว่าไงนะ นี่เธอจูบใครถึงได้ยืมพลังมาได้ ปกติคนที่ยืมพลังได้จะต้องเป็นคนที่มีพลังเหมือนกันเท่านั้นไม่ใช่เหรอ”]

“นั่นน่ะสิครับ ปัญหาคือตอนนี้ผมแปลงร่างกลับไม่ได้ ผมจะต้องทำยังไงล่ะครับ”

[“ก็ต้องไปจูบอีกครั้งเพื่อทำพันธะสัญญาน่ะสิ ให้พลังทั้งสองเชื่อมต่อกันไม่งั้นก็แก้ไม่ได้หรอก”]

“แล้วผมจะตามเธอเจอได้ยังไงกันล่ะครับ?!”เรนเบิร์ดโวยวายอย่างตกใจ

[“ฉันจะรู้เธอไหมล่ะ ลักษณะภายนอกเป็นยังไงล่ะ”]

“อืม...ตัวสูง ผิวสีน้ำผึ้ง...ผมแดง...”เรนเบิร์ดชะงักเมื่อนึกได้ว่าหญิงสาวที่ตนยืมพลังไปคล้ายกับใคร “เอ่อ...โอเปอเรเตอร์ครับ ผมว่ามรู้แล้วว่าใคร...”

[“คนรู้จักเธอเหรอ ดีๆ จะได้ตามหาง่ายๆหน่อย”]

“เปล่าครับ..เธอเป็นปีศาจชื่อบลัดดี้”

คราวนี้เสียงปลายสายเงียบไปนานทีเดียว  ก่อนเสียงโวยวายจะดังขึ้นอย่างฉุกละหุก เดาได้เลยว่าพนักงานรอบข้างคงได้ยินสิ่งที่เขาพูด และเรื่องราวคงกำลังเป็นเรื่องใหญ่แน่ในตอนนี้

[“นายบอกว่านายดันไปจูบบลัดดี้เนี่ยนะ?! เธอโผล่มาแถวนั้นด้วยเรอะ ถึงว่าทำไมไม่ค่อยพบ ไปอยู่แถวที่ไม่มีคนนี่เอง บ้าจริง!!”] เสียงโวยวายของอีกฝ่ายทำให้เรนเบิร์ดต้องเอามือถือออกห่างจากหูอีกรอบ

“แล้วมันทำไมล่ะครับ? เธอเป็นปีศาจผมก็เข้าใจ มันยากและคงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตามหาสินะครับ”

[“ผิดแล้ว เรื่องที่ใหญ่น่ะมันไม่ใช่เรื่องการตามหา แต่เป็นสถานะที่หล่อนเป็นต่างหาก ยัยบลัดดี้เป็นปีศาจชั้นสูงเผ่าพันธุ์ยักษ์ที่หายากในปัจจุบัน แต่ที่สำคัญคือยัยนั่นไม่สังกัดฝ่ายใคร วันดีคืนดีก็มาร่วมมือกับเราเพื่อโค่นปีศาจที่ตัวเองเหม็นขี้หน้า และบางทีก็โค่นล้มเราอย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนใหญ่จะสำเร็จ ยังดีอย่างที่เธอชอบลอยชายไปเรื่อยๆมากกว่าทำลายมนุษย์อย่างจริงจัง”]

“เก่งจังนะครับ”เรนเบิร์ดพูดทึ่งๆ

[“เพราะแบบนั้นน่ะสิถึงน่ากลัว เราพยายามไม่กระทบกระทั่งเธอ เพราะเธอดูไม่สนใจมนุษย์เหมือนปีศาจอื่นๆ แต่เธอดันไปจูบบลัดดี้อย่างนี้ เธอที่เกลียดการถูกสัมผัสต้องโกรธแน่”]

“ใช่ครับ ขนาดบอกว่าพวกผมจะต้องโดนดีแน่ๆ”เรนเบิร์ดพยักหน้ากับตัวเอง

คราวนี้ปลายสายเงียบไป ก่อนจะมีเสียงดังตุบ และเสียงโวยวายจากอีกด้านของมือถือ ฟังจากเสียงแล้วก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าตอนนี้พวกคนปลายสายอยู่ในภาวะวุ่นวายกันขนาดไหน เรนเบิร์ดได้แต่นึกขอโทษในใจ เพราะดันทำอะไรไม่คิด

แหม ในสถานการณ์แบบนั้นเขาคงคิดอะไรไม่ทันหรอก...

 

___________________________________[TBC.]____
บทที่สองนะแจ้ หวังว่าคงอ่านกัน ถถถถว์ #บ้าจริง

Comment

Comment:

Tweet

Recommend